Facebook

“ดอยอ่างขาง” สีชมพู! “ซากุระญี่ปุ่น” สถานีเกษตรหลวงฯ กว่า 1,800 ต้นผลิดอกสะพรั่งพร้อมรับ นทท. เชียงใหม่ – “ซากุระญี่ปุ่น” กว่า 1,800 ต้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางทยอยผลิดอกชมพูสะพรั่งทั่วดอยแล้ว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชื่นชมความงามที่มีแค่เพียงปีละครั้งเท่านั้น คาดบานเต็มที่ช่วง ม.ค. นางสาวจารุวรรณ ยิ้มหิ้น ประชาสัมพันธ์ ประจำสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้นซากุระญี่ปุ่นที่ปลูกอยู่ภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 1,800 ต้น กำลังเริ่มผลิดอกแล้ว จนเห็นสีดอกชมพูสะพรั่งสวยงาม ทั้งที่บริเวณด้านบนสวน ๘๐, ด้านหน้าร้านค้าสวัสดิการอ่างขาง, ด้านข้างสวนกุหลาบอังกฤษ และตลอดเส้นทางเดินรถฝั่งขาเข้าและออก ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยมีจุดสังเกตที่สำคัญคือ ลำต้นจะทาสีขาวเพื่อป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชของต้นซากุระ ซึ่งดอกซากุระญี่ปุ่นนี้จะบานเพียงปีละครั้งเท่านั้น เวลานี้กำลังผลิดอกบานเรื่อยๆ และคาดว่าจะบานเต็มที่ในช่วงเดือนมกราคม ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยนอกจากต้นซากุระญี่ปุ่นแล้ว ภายในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีแปลง และโรงเรือนต่างๆ ที่จัดแสดงพันธุ์ไม้เมืองหนาวให้ศึกษาเรียนรู้ เช่น แปลงบ๊วยยุคเริ่มก่อตั้งสถานี, โรงเรือนจัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวหลากหลายชนิด, สวนไม้ดอกกลางแจ้ง, เรือนกุหลาบตัดดอก หรือสวนจัดแสดงบอนไซไม้เมืองหนาว เป็นต้น เปิดให้บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าชมตามปกติทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/376LU9P Photo Credit by : MGR Online Article Credit by : MGR Online

“ดอยอ่างขาง” สีชมพู! “ซากุระญี่ปุ่น” สถานีเกษตรหลวงฯ กว่า 1,800 ต้นผลิดอกสะพรั่งพร้อมรับ นทท. เชียงใหม่ – “ซากุระญี่ปุ่น” กว่า 1,800 ต้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางทยอยผลิดอกชมพูสะพรั่งทั่วดอยแล้ว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชื่นชมความงามที่มีแค่เพียงปีละครั้งเท่านั้น คาดบานเต็มที่ช่วง ม.ค. นางสาวจารุวรรณ ยิ้มหิ้น ประชาสัมพันธ์ ประจำสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้นซากุระญี่ปุ่นที่ปลูกอยู่ภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 1,800 ต้น กำลังเริ่มผลิดอกแล้ว จนเห็นสีดอกชมพูสะพรั่งสวยงาม ทั้งที่บริเวณด้านบนสวน ๘๐, ด้านหน้าร้านค้าสวัสดิการอ่างขาง, ด้านข้างสวนกุหลาบอังกฤษ และตลอดเส้นทางเดินรถฝั่งขาเข้าและออก ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โดยมีจุดสังเกตที่สำคัญคือ ลำต้นจะทาสีขาวเพื่อป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชของต้นซากุระ ซึ่งดอกซากุระญี่ปุ่นนี้จะบานเพียงปีละครั้งเท่านั้น เวลานี้กำลังผลิดอกบานเรื่อยๆ และคาดว่าจะบานเต็มที่ในช่วงเดือนมกราคม ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยนอกจากต้นซากุระญี่ปุ่นแล้ว ภายในพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีแปลง และโรงเรือนต่างๆ ที่จัดแสดงพันธุ์ไม้เมืองหนาวให้ศึกษาเรียนรู้ เช่น แปลงบ๊วยยุคเริ่มก่อตั้งสถานี, โรงเรือนจัดแสดงพันธุ์ผักเมืองหนาวหลากหลายชนิด, สวนไม้ดอกกลางแจ้ง, เรือนกุหลาบตัดดอก หรือสวนจัดแสดงบอนไซไม้เมืองหนาว เป็นต้น […]

ญี่ปุ่นจะเปิดรับ “นักท่องเที่ยว” ต้นปีหน้า แต่เฉพาะ “กรุ๊ปทัวร์” รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศได้ราวต้นปีหน้า แต่จะจำกัดเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กที่มีกำหนดการชัดเจน ยังไม่เปิดทางเที่ยวอิสระด้วยตัวเอง แผนของรัฐบาลญี่ปุ่นจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19 และเตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมโตเกียวโอลิมปิกที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ก่อนมหกรรมโตเกียวโอลิมปิกจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางอย่างเสรี เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้โตเกียวโอลิมปิกจัดขึ้นได้ คาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะอนุญาตให้กรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กจากประเทศที่ควบคุมการระบาดของโรคโควิดได้ดี เช่น จีนและไต้หวันมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้ โดยจะตัดสินใจรายชื่อประเทศที่จะได้รับสิทธินี้หลังจากติดตามสถาการณ์การระบาดในญี่ปุ่นและต่างประเทศ แผนการท่องเที่ยวของคณะทัวร์จะเดินทางโดยรถบัสเฉพาะและไปยังสถานที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สามารถใช้รถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็นในพื้นที่เฉพาะได้ แต่ไม่สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆได้ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะได้รับยกเว้นไม่ต้องกักตัวหลังเข้าประเทศญี่ปุ่น บริษัทท่องเที่ยวจะเป็นผู้รับผิดชอบแผนการเดินทาง หัวหน้าทัวร์จะต้องวัดอุณหภูมิร่างกายของนักท่องเที่ยวทุกคนทุกวันพร้อมแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ โรงแรมที่พักก็จะแยกออกจากชาวญี่ปุ่น ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวทุกคนยังต้องแสดงยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโควิด และซื้อประกันสุขภาพ รวมทั้งดาวน์โหลดแอพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือเพื่อติดตามเส้นทางการเดินทางและรายงานผลสุขภาพทุกวัน ผู้เกี่ยวข้องในวงการท่องเที่ยวยังไม่แน่ใจว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบกรุ๊ปทัวร์จะได้รับการตอบรับอย่างไร หากประเทศของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ยังคงให้ผู้ที่กลับเข้าประเทศต้องกักตัวอีกครั้ง อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2Lt3JaR Photo Credit by : MGR Online Article Credit by : MGR Online

ญี่ปุ่นจะเปิดรับ “นักท่องเที่ยว” ต้นปีหน้า แต่เฉพาะ “กรุ๊ปทัวร์” รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนจะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศได้ราวต้นปีหน้า แต่จะจำกัดเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กที่มีกำหนดการชัดเจน ยังไม่เปิดทางเที่ยวอิสระด้วยตัวเอง แผนของรัฐบาลญี่ปุ่นจะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโรคโควิด-19 และเตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมโตเกียวโอลิมปิกที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า ก่อนมหกรรมโตเกียวโอลิมปิกจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางอย่างเสรี เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้โตเกียวโอลิมปิกจัดขึ้นได้ คาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะอนุญาตให้กรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กจากประเทศที่ควบคุมการระบาดของโรคโควิดได้ดี เช่น จีนและไต้หวันมาท่องเที่ยวในญี่ปุ่นได้ โดยจะตัดสินใจรายชื่อประเทศที่จะได้รับสิทธินี้หลังจากติดตามสถาการณ์การระบาดในญี่ปุ่นและต่างประเทศ แผนการท่องเที่ยวของคณะทัวร์จะเดินทางโดยรถบัสเฉพาะและไปยังสถานที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น แต่รัฐบาลกำลังพิจารณาให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สามารถใช้รถไฟความเร็วสูงชิงกันเซ็นในพื้นที่เฉพาะได้ แต่ไม่สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆได้ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะได้รับยกเว้นไม่ต้องกักตัวหลังเข้าประเทศญี่ปุ่น บริษัทท่องเที่ยวจะเป็นผู้รับผิดชอบแผนการเดินทาง หัวหน้าทัวร์จะต้องวัดอุณหภูมิร่างกายของนักท่องเที่ยวทุกคนทุกวันพร้อมแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ โรงแรมที่พักก็จะแยกออกจากชาวญี่ปุ่น ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวทุกคนยังต้องแสดงยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโควิด และซื้อประกันสุขภาพ รวมทั้งดาวน์โหลดแอพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือเพื่อติดตามเส้นทางการเดินทางและรายงานผลสุขภาพทุกวัน ผู้เกี่ยวข้องในวงการท่องเที่ยวยังไม่แน่ใจว่าการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบกรุ๊ปทัวร์จะได้รับการตอบรับอย่างไร หากประเทศของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ยังคงให้ผู้ที่กลับเข้าประเทศต้องกักตัวอีกครั้ง อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2Lt3JaR Photo Credit by : MGR Online Article Credit by : MGR Online อ่านต่อบน Facebook

บริษัทใหญ่ยักษ์ทั่วโลกแข่งตีตลาด “แท็กซี่บิน” คาดว่าพร้อมใช้ปี 2023 “แท็กซี่บิน” ธุรกิจใหม่มาแรง บริษัทใหญ่ยักษ์เร่งพัฒนา ลดเวลาการเดินทางและปัญหารถติดคาดว่าพร้อมใช้ปี 2023 อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ก้าวหน้าเรื่องเทคโลโนยีเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางบริษัท Volocopter ได้ออกแบบเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบา ที่จะถูกใช้เป็นแท็กซี่แบบเร่งด่วน ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปประชุมสายเพราะรถติดกันแล้วหล่ะ นอกเหนือจากนี้บริษัท Volocopter ยังได้ทำการเซ็นสัญญากับสายการบินญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เตรียมปล่อยแท็กซี่อากาศหรือ flying taxi เพื่อการพาณิชย์ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยแท็กซี่บินได้นี้จะสามารถขนส่งสินค้าหรือผู้โดยสารได้ 2 คน บินได้ในระยะทาง 35 กิโลเมตร มีความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่แออัดมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของเอเชีย ความหนาแน่นบนท้องถนนราว 42% หมายความว่าถ้าเป็นการเดินทางที่จะต้องใช้เวลา 30 นาทีถึงที่หมายจะต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีก 42% นอกจากนี้ยังบริษัทรถยนต์สัญชาติเกาหลี Hyundai ยังได้ร่วมมือกับ Uber เพื่อผลิตและออกแบบเครื่องบินที่มีลักษณะการขึ้นบินและลงจอดในแนวตั้งเพื่อที่จะพัฒนาเป็นเป็น Uber Fly ในอนาคตนั่นเอง แท็กซี่บินได้ของ Hyundai สามารถบรรทุกคนได้ 5 ที่นั่ง มีลักษณะเรียวเหมือนรูปไข่ ติดตั้ง 2 ใบพัดบริเวณหาง และ อีก 10 จุดรอบๆ ตัว สามารถบินบนความสูง 300-600 เมตรเหนือพื้นดินด้วยความเร็วสูงสุด 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขึ้นบิน- ลงจอดตามแนวตั้ง นอกเหนือจากนี้ทางHyundaiยังเลือกใช้ใบพัดขนาดเล็กจะช่วยให้เครื่องไม่ส่งเสียงดังเหมือนอย่างเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญหากต้องบินผ่านบริเวณเมือง และในการบินแต่ละครั้งจะสามารถบินต่อเนื่องได้ประมาณ 100 กิโลเมตร โดยใช้เวลาชาร์จแค่เพียง 5-7 นาทีเท่านั้น ที่มา : mothership.sg (https://bit.ly/3oKkz3a) อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/346BrJB Photo Credit by : mothership.sg Article Credit by : Khaosod Online

บริษัทใหญ่ยักษ์ทั่วโลกแข่งตีตลาด “แท็กซี่บิน” คาดว่าพร้อมใช้ปี 2023 “แท็กซี่บิน” ธุรกิจใหม่มาแรง บริษัทใหญ่ยักษ์เร่งพัฒนา ลดเวลาการเดินทางและปัญหารถติดคาดว่าพร้อมใช้ปี 2023 อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ก้าวหน้าเรื่องเทคโลโนยีเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางบริษัท Volocopter ได้ออกแบบเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบา ที่จะถูกใช้เป็นแท็กซี่แบบเร่งด่วน ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปประชุมสายเพราะรถติดกันแล้วหล่ะ นอกเหนือจากนี้บริษัท Volocopter ยังได้ทำการเซ็นสัญญากับสายการบินญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เตรียมปล่อยแท็กซี่อากาศหรือ flying taxi เพื่อการพาณิชย์ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยแท็กซี่บินได้นี้จะสามารถขนส่งสินค้าหรือผู้โดยสารได้ 2 คน บินได้ในระยะทาง 35 กิโลเมตร มีความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่แออัดมากที่สุดเป็นอันดับ 9 ของเอเชีย ความหนาแน่นบนท้องถนนราว 42% หมายความว่าถ้าเป็นการเดินทางที่จะต้องใช้เวลา 30 นาทีถึงที่หมายจะต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีก 42% นอกจากนี้ยังบริษัทรถยนต์สัญชาติเกาหลี Hyundai ยังได้ร่วมมือกับ Uber เพื่อผลิตและออกแบบเครื่องบินที่มีลักษณะการขึ้นบินและลงจอดในแนวตั้งเพื่อที่จะพัฒนาเป็นเป็น Uber Fly ในอนาคตนั่นเอง แท็กซี่บินได้ของ Hyundai สามารถบรรทุกคนได้ 5 ที่นั่ง […]

โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง ทริปล่องเรือสำราญชมวิวโดยไม่แวะลงเรือ (cruise to nowhere) ของผู้โดยสาร 1,680 คน และลูกเรืออีก 1,148 คนบนเรือสำราญควอนตัม ออฟ เดอะ ซีส์ (Quantum of the Seas) ต้องจบลงในวันที่ 3 จากเดิมที่ต้องแล่นเรือทั้งหมด 4 วัน หลังผู้โดยสารวัย 83 ปีมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวก เรือสำราญลำนี้จะมีมาตรการคัดกรองและป้องกันที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือซึ่งทั้งหมดมีผลตรวจเป็นลบ ลดจำนวนผู้โดยสารเหลือครึ่งหนึ่งของความจุเรือ จัดสถานที่ให้ถูกสุขอนามัย ปรับปรุงระบบการไหลเวียนอากาศ ไปจนถึงการบังคับให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และให้พนักงานเสิร์ฟอาหารสวมอุปกรณ์ป้องกัน แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอรับมือกับเชื้อโคโรนาไวรัส เรนา แม็คอินไทร์ ศาสตราจารย์ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า “แม้ในช่วงแรกๆ ของการแพร่ระบาดก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรือสำราญเป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด และการระบาดนี้สามารถเล็ดลอดออกไปยังชุมชนได้ ขณะนี้การแพร่ระบาดรุนแรงกว่าเมื่อเดือน พ.ค.ซึ่งเรือสำราญหยุดให้บริการ นั่นหมายความว่าความเสี่ยงที่ผู้โดยสารหรือลูกเรือที่ติดเชื้อจะขึ้นเรือก็สูงขึ้นด้วย” เหตุการณ์ล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่สองที่แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของสิงคโปร์สะดุดในรอบไม่กี่เดือน หลังจากที่ต้องพับโครงการทราเวล บับเบิลกับฮ่องกงทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น เนื่องจาก Covid-19 กลับมาระบาดอีกครั้งในฮ่องกง ความล้มเหลวของสิงคโปร์ที่พยายามฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างได้ดีว่าแม้ในประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศแทบจะเป็นศูนย์ติดต่อกันหลายสัปดาห์ก็ยังไม่ง่ายที่จะเดินหน้าการท่องเที่ยวอีกครั้ง และสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวสะดุด โครงการ “ออกไปเที่ยว” ของญี่ปุ่นที่รัฐสนับสนุนให้ชาวญี่ปุ่นไปเที่ยวในพื้นที่ที่ขาดนักท่องเที่ยวช่วง Covid-19 ระบาด ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงขั้นล้อเลียนว่าเป็นโครงการ “ไปโรงพยาบาล” เพราะอาจเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด ขณะที่บาหลีของอินโดนีเซียที่มีแผนว่าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาก็ต้องเลื่อนออกไปก่อนเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง ส่วนประเทศไทยเริ่มด้วยการรับนักท่องเที่ยว 1,000 คนจากเดิมที่เคยต้อนรับนักท่องเที่ยว 3.1 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3ma3rlP Photo Credit by : Posttoday Article Credit by : Posttoday

โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง ทริปล่องเรือสำราญชมวิวโดยไม่แวะลงเรือ (cruise to nowhere) ของผู้โดยสาร 1,680 คน และลูกเรืออีก 1,148 คนบนเรือสำราญควอนตัม ออฟ เดอะ ซีส์ (Quantum of the Seas) ต้องจบลงในวันที่ 3 จากเดิมที่ต้องแล่นเรือทั้งหมด 4 วัน หลังผู้โดยสารวัย 83 ปีมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวก เรือสำราญลำนี้จะมีมาตรการคัดกรองและป้องกันที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือซึ่งทั้งหมดมีผลตรวจเป็นลบ ลดจำนวนผู้โดยสารเหลือครึ่งหนึ่งของความจุเรือ จัดสถานที่ให้ถูกสุขอนามัย ปรับปรุงระบบการไหลเวียนอากาศ ไปจนถึงการบังคับให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และให้พนักงานเสิร์ฟอาหารสวมอุปกรณ์ป้องกัน แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอรับมือกับเชื้อโคโรนาไวรัส เรนา แม็คอินไทร์ ศาสตราจารย์ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า “แม้ในช่วงแรกๆ ของการแพร่ระบาดก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรือสำราญเป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด และการระบาดนี้สามารถเล็ดลอดออกไปยังชุมชนได้ ขณะนี้การแพร่ระบาดรุนแรงกว่าเมื่อเดือน พ.ค.ซึ่งเรือสำราญหยุดให้บริการ นั่นหมายความว่าความเสี่ยงที่ผู้โดยสารหรือลูกเรือที่ติดเชื้อจะขึ้นเรือก็สูงขึ้นด้วย” เหตุการณ์ล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่สองที่แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของสิงคโปร์สะดุดในรอบไม่กี่เดือน หลังจากที่ต้องพับโครงการทราเวล บับเบิลกับฮ่องกงทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น เนื่องจาก Covid-19 กลับมาระบาดอีกครั้งในฮ่องกง ความล้มเหลวของสิงคโปร์ที่พยายามฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างได้ดีว่าแม้ในประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศแทบจะเป็นศูนย์ติดต่อกันหลายสัปดาห์ก็ยังไม่ง่ายที่จะเดินหน้าการท่องเที่ยวอีกครั้ง และสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวสะดุด […]

โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อ ‘โควิด-19’ เพิ่ม 25 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,151 ราย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 63 เวลา 11.00 น. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 25 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 4,151 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 60 ราย รักษาหายเพิ่ม 6 ราย รวมผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,880 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 211 ราย ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ 25 ราย เป็นคนไทย 16 ราย สัญชาติคูเวต 2 ราย สวิตเซอร์แลนด์1 ราย รัสเซีย 1 ราย ลิเบีย 2 ราย เกาหลีใต้ 2 ราย และญี่ปุ่น 1 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ จาก คูเวต 2 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 6 ราย เมียนมา 7 ราย, รัสเซีย 1 ราย, สวีเดน 1 ราย, สิงคโปร์ 1 ราย, ตุรกี 2 ราย, สหรัฐอเมริกา 2 ราย, เกาหลีใต้ 3 ราย เข้าพักสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ (Local Quarantine , State Quarantine , Alternative State Quarantine , Alternative Hospital Quarantine) สำหรับ สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 68,561,810 ราย อาการรุนแรง 106,441 ราย รักษาหายแล้ว 47,458,243 ราย เสียชีวิต 1,562,895 ราย อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2JQzie5 Photo Credit by : Bangkokbiznews Article Credit by : Bangkokbiznews โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อ ‘โควิด-19’ เพิ่ม 25 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,151 รายbit.ly”ศูนย์ข้อมูล COVID-19″ รายงาน “ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19” วันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 25 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะ…..

โควิดวันนี้ ไทยพบผู้ติดเชื้อ ‘โควิด-19’ เพิ่ม 25 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,151 ราย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 63 เวลา 11.00 น. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยพบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 25 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 4,151 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมยอดผู้เสียชีวิต 60 ราย รักษาหายเพิ่ม 6 ราย รวมผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 3,880 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 211 ราย ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายใหม่ 25 ราย เป็นคนไทย 16 ราย สัญชาติคูเวต 2 ราย สวิตเซอร์แลนด์1 ราย รัสเซีย 1 […]

‘อะลูมิเนียม’ ทางเลือกใหม่กับอุตสาหกรรมรักษ์โลก มิติที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมที่สุดน่าจะเป็นมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนของภาคเอกชนไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการกำหนดแผนความยั่งยืนไว้ในพันธกิจขององค์กร โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ประกอบไปด้วย 45 กลุ่มอุตสาหกรรมนั้น แต่ละกลุ่มต่างก็มีแผนพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนเช่นเดียวกัน สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเองได้พิจารณาใน 17 เป้าหมายแล้ว มีอย่างน้อย 7 เป้าหมายที่อะลูมิเนียมมีส่วนร่วมให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ที่สำคัญเเละเป็น 1 ใน 17 เป้าหมาย คือ เรื่องการเปลี่ยนเเปลงทางภูมิศาสตร์ ซึ่งทั้งญี่ปุ่นเเละเกาหลีใต้ทยอยประกาศว่าจะทำให้คาร์บอนฟุตพรินต์เป็นศูนย์ภายในปี 2593 ซึ่งหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐเเละฝรั่งเศสจะเดินตามทิศทางนี้ หรือทำให้เวลาสั้นลงสำหรับประเทศไทยตามกำหนดการร่าง พ.ร.บ.เรื่องการเปลี่ยนเเปลงทางภูมิศาสตร์น่าจะเสร็จภายในปีนี้ เเละมีผลบังคับใช้ในเวลาอีกไม่นาน สำหรับอะลูมิเนียมนั้น มีคุณสมบัติเด่นถึง 13 ประการ คือ นำไฟฟ้าเเละความร้อนได้ดี ตลอดจนสะท้อนเเสงหรือความร้อนได้ดี ล้วนมีส่วนช่วยให้ลดการใช้พลังงาน ส่วนเรื่องน้ำหนักเบา ทำให้ถูกนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน เรือ และรถอีวี เพื่อช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งจะทำให้ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนน้อยลงได้เช่นกัน จากนี้ไปจะเห็นทิศทางความต้องการ renewable energy มากขึ้น อะลูมิเนียมจะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ เเหล่งกักเก็บพลังงาน สถานีชาร์จไฟฟ้ามากขึ้นในอนาคต กลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเล็งเห็นว่า น่าจะมีส่วนช่วยเหลือสังคมเเละสิ่งเเวดล้อมได้บ้าง จึงได้ทำน้ำกระป๋องในนามของกลุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกกลุ่ม คือ บริษัท UACJ (Thailand), Muangthong Aluminium, Thai Metal Aluminium, Gold Star Metal, Cap Global Aluminium และ United Aluminium Industry เพื่อเเจกจ่ายให้กับลูกค้าเเละหน่วยงาน รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้น จุดประกายให้คนในสังคมมีจิตสำนึกร่วมกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ประเทศไทยและโลกใบนี้ก้าวไปสู่ความยั่งยืนที่ตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2573 อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3oqIK6L Photo Credit by : Prachachat Article Credit by : Prachachat

‘อะลูมิเนียม’ ทางเลือกใหม่กับอุตสาหกรรมรักษ์โลก มิติที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมที่สุดน่าจะเป็นมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนของภาคเอกชนไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการกำหนดแผนความยั่งยืนไว้ในพันธกิจขององค์กร โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ประกอบไปด้วย 45 กลุ่มอุตสาหกรรมนั้น แต่ละกลุ่มต่างก็มีแผนพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนเช่นเดียวกัน สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเองได้พิจารณาใน 17 เป้าหมายแล้ว มีอย่างน้อย 7 เป้าหมายที่อะลูมิเนียมมีส่วนร่วมให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ที่สำคัญเเละเป็น 1 ใน 17 เป้าหมาย คือ เรื่องการเปลี่ยนเเปลงทางภูมิศาสตร์ ซึ่งทั้งญี่ปุ่นเเละเกาหลีใต้ทยอยประกาศว่าจะทำให้คาร์บอนฟุตพรินต์เป็นศูนย์ภายในปี 2593 ซึ่งหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐเเละฝรั่งเศสจะเดินตามทิศทางนี้ หรือทำให้เวลาสั้นลงสำหรับประเทศไทยตามกำหนดการร่าง พ.ร.บ.เรื่องการเปลี่ยนเเปลงทางภูมิศาสตร์น่าจะเสร็จภายในปีนี้ เเละมีผลบังคับใช้ในเวลาอีกไม่นาน สำหรับอะลูมิเนียมนั้น มีคุณสมบัติเด่นถึง 13 ประการ คือ นำไฟฟ้าเเละความร้อนได้ดี ตลอดจนสะท้อนเเสงหรือความร้อนได้ดี ล้วนมีส่วนช่วยให้ลดการใช้พลังงาน ส่วนเรื่องน้ำหนักเบา ทำให้ถูกนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน เรือ และรถอีวี เพื่อช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งจะทำให้ใช้พลังงานในการขับเคลื่อนน้อยลงได้เช่นกัน จากนี้ไปจะเห็นทิศทางความต้องการ renewable energy มากขึ้น อะลูมิเนียมจะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ เเหล่งกักเก็บพลังงาน สถานีชาร์จไฟฟ้ามากขึ้นในอนาคต กลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเล็งเห็นว่า น่าจะมีส่วนช่วยเหลือสังคมเเละสิ่งเเวดล้อมได้บ้าง จึงได้ทำน้ำกระป๋องในนามของกลุ่ม โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกกลุ่ม […]

ญี่ปุ่นเล็งเปิด ‘ท่องเที่ยวขาเข้า’ มีนาคม นี้ สื่อญี่ปุ่นรายงาน รัฐบาลกำลังพิจารณาเปิดการท่องเที่ยวขาเข้าแบบจำกัดจำนวนตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ เตรียมพร้อมรับโอลิมปิกฤดูร้อน หนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นรายงานอ้างแหล่งข่าว ระบุ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ กำลังพิจารณาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กจากเอเชียที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ เช่น จีน ไต้หวัน เข้ามาท่องเที่ยวได้ โครงการนี้กำหนดว่า นักท่องเที่ยวจะต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบและส่งรายละเอียดกำหนดการเดินทางก่อนเข้าประเทศ เมื่ออยู่ในญี่ปุ่นเดินทางได้เฉพาะรถบัสให้เช่าเท่านั้น พักโรงแรมหรือไปเที่ยวไหนก็ต้องแยกกับลูกค้ากลุ่มอื่น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะต้องใช้แอพพลิเคชันตามตัว และรายงานข้อมูลสุขภาพทุกวัน ก่อนหน้านี้รัฐบาลซูกะได้เปิดตัวโครงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศมาแล้ว เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะหลัง แต่โครงการดังกล่าวถูกวิจารณ์มากในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังรับมือกับการระบาดระลอก 3 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงทุบสถิติในโตเกียวและโอซากา จำนวนผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงทำสถิติเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าเรื่องวัคซีนทำให้การท่องเที่ยวโลกมีความหวังว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้เสียที หลังจากผู้คนเดินทางไปไหนมาไหนมาได้เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันญี่ปุ่นอนุญาตให้นักเดินทางเข้าประเทศมาทำธุรกิจได้ในจำนวนจำกัด แต่ต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน และปีนี้ญี่ปุ่นต้องจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เลื่อนมาจากปีก่อน อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2JEVQ1q Photo Credit by : หนังสือพิมพ์อาซาฮี Article Credit by : กรุงเทพธุรกิจ

ญี่ปุ่นเล็งเปิด ‘ท่องเที่ยวขาเข้า’ มีนาคม นี้ สื่อญี่ปุ่นรายงาน รัฐบาลกำลังพิจารณาเปิดการท่องเที่ยวขาเข้าแบบจำกัดจำนวนตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิ เตรียมพร้อมรับโอลิมปิกฤดูร้อน หนังสือพิมพ์อาซาฮีของญี่ปุ่นรายงานอ้างแหล่งข่าว ระบุ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ กำลังพิจารณาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กจากเอเชียที่ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ เช่น จีน ไต้หวัน เข้ามาท่องเที่ยวได้ โครงการนี้กำหนดว่า นักท่องเที่ยวจะต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบและส่งรายละเอียดกำหนดการเดินทางก่อนเข้าประเทศ เมื่ออยู่ในญี่ปุ่นเดินทางได้เฉพาะรถบัสให้เช่าเท่านั้น พักโรงแรมหรือไปเที่ยวไหนก็ต้องแยกกับลูกค้ากลุ่มอื่น นอกจากนี้นักท่องเที่ยวจะต้องใช้แอพพลิเคชันตามตัว และรายงานข้อมูลสุขภาพทุกวัน ก่อนหน้านี้รัฐบาลซูกะได้เปิดตัวโครงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศมาแล้ว เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะหลัง แต่โครงการดังกล่าวถูกวิจารณ์มากในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังรับมือกับการระบาดระลอก 3 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งสูงทุบสถิติในโตเกียวและโอซากา จำนวนผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงทำสถิติเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าเรื่องวัคซีนทำให้การท่องเที่ยวโลกมีความหวังว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้เสียที หลังจากผู้คนเดินทางไปไหนมาไหนมาได้เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ปัจจุบันญี่ปุ่นอนุญาตให้นักเดินทางเข้าประเทศมาทำธุรกิจได้ในจำนวนจำกัด แต่ต้องกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน และปีนี้ญี่ปุ่นต้องจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เลื่อนมาจากปีก่อน อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2JEVQ1q Photo Credit by : หนังสือพิมพ์อาซาฮี Article Credit by : กรุงเทพธุรกิจ อ่านต่อบน Facebook

ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ในประเทศ 2 ราย โยงเคสเชียงราย – บุคลากรแพทย์ วันนี้ (6 ธ.ค.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงรายงานสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทย โดยระบุว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 14 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) 10 ราย จากเบลเยียม 1 ราย ,ยูเครน 1 ราย ,ซาอุดีอาระเบีย 2 ราย ,สหรัฐอเมริกา 1 ราย ,กาตาร์ 1 ราย ,สวีเดน 1 ราย , ญี่ปุ่น 1 ราย ,เมียนมา 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ส่วนอีก 2 รายเดินทางมาจากเมียนมา แต่ไม่ได้เข้าในสถานที่กักกัน ขณะที่เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ อีก 2 ราย สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 4,086 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,459 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,627 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 3,853 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 173 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย สำหรับรายละเอียดผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 14 รายมีรายละเอียด ดังนี้ – ผู้ติดเชื้อในประเทศ 2 ราย ดังนี้ รายที่ 1 เพศหญิง อายุ 26 ปี สัญชาติไทย มีประวัติเสี่ยงเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง อ.แม่สาย วันที่ 27-29 พ.ย.63 ผลการตรวจหาเชื้อวันที่ 5 ส.ค. 63 (Day 1) ผลพบเชื้อ มีน้ำมูก เข้ารักษาที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน สำหรับไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อหญิงรายดังกล่าว มีประวัติร่วมกับชายไทย อายุ 30 ปี ที่ติดเชื้อเมื่อวานนี้ โดยรายใหม่นี้เป็นสาวสอง ทั้งสองคนไปเชียงรายและข้ามไปสถานบันเทิงด้วยกัน 6 พ.ย. พบหลักฐานว่าโดยสารเครื่องบินจาก สวภ.ไปท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง 6-27 พ.ย. ไปสถานบันเทิงท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และกลับมาไทยวันที่ 27 พ.ย. พักร่วมกันที่ รร.ใน อ.แม่สาย 28 พ.ย. ให้ประวัติซื้อของในตลาด เวลา 10.00-17.00 น. ซื้อของประเภทหินทำสร้อย บ๊วย ช่วงเย็น เดินถนนคนเดินในแม่สาย 29 พ.ย. – ผู้ป่วยชาย อายุ 30 ปี ให้ประวัติเช้าเดินไปวัดพระธาตุดอยเวา กินข้าวร้านตามสั่งในตลาดแม่สาย ขณะที่ – ผู้ป่วยหญิง อายุ 26 ปี ให้ประวัติเช้าไปวัดพระธาตุดอยเวา ตอนค่ำเดินทางกลับ กทม. โดยสารสายการบิน Thai Smile WE137 และใช้บริการ Taxi สนามบินไปโรงแรมที่ กทม. และเข้าร้านสะดวกซื้อใกล้โรงแรม 30 พ.ย. – ผู้ป่วยชาย อายุ 30 ปี ก่อนเดินทางกลับเริ่มป่วย ไข้ต่ำๆ พักในโรงแรมถึงช่วงบ่าย เรียกรถ Taxi มาส่งถึงสนามบินเชียงราย โดยใส่หน้ากากทั้งคู่ ตอนค่ำเดินทางกลับ กทม. สายการบิน Thai Lion Air เที่ยวบิน SL545 เวลา 19.15-20.00 ถึงสนามบินดอนเมือง นั่ง Taxi สนามบินกลับบ้าน 1-3 ธ.ค. ผู้ป่วยชาย อายุ 30 ปี อยู่บ้านตลอด 30 พ.ย. – 3 ธ.ค. ผู้ป่วยหญิง อายุ 26 ปี พักในโรงแรมตลอดไปร้านสะดวกซื้อ 4 ธ.ค. – ผู้ป่วยชาย อายุ 30 ปี มารับการตรวจที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อนฯ โดยรถส่วนตัว ตรวจพบเชื้อ SARS-COV-2 – ผู้ป่วยหญิง อายุ 26 ปี มาเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยรายแรก เริ่มป่วยมีน้ำมูก 5 ธ.ค. ผู้ป่วยหญิง อายุ 26 ปี มารับการตรวจที่ รพ.เวชศาสตร์เขตร้อนฯ โดยรถ Taxi ตรวจพบเชื้อ SARS-COV-2 รายที่ 2 เพศหญิง อายุ 26 ปี สัญชาติไทย อาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ ผลการตรวจหาเชื้อวันที่ 3 ธ.ค.63 (Day 0) ผลพบเชื้อ มีไข้ ไอ เจ็บคอ เข้ารักษาที่ รพ.เอกชน กทม. – ผู้ติดเชื้อเดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน 10 ราย ดังนี้ รายที่ 3 – รายที่ 12 เดินทางมาจากประเทศเบลเยียม 1 ราย ,ยูเครน 1 ราย ,ซาอุดีอาระเบีย 2 ราย ,สหรัฐอเมริกา 1 ราย ,กาตาร์ 1 ราย ,สวีเดน 1 ราย , ญี่ปุ่น 1 ราย ,เมียนมา 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ในประเทศ 2 ราย โยงเคสเชียงราย – บุคลากรแพทย์ – ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ดังนี้ รายที่ 13 เดินทางมาจากเมียนมา เป็นเพศชาย อายุ 70 ปี สัญชาติไทย ผลการตรวจหาเชื้อ 4 ธ.ค.63 (Day 5) ผลพบเชื้อ มีไข้ เข้ารักษาที่ รพ.แม่สอด รายที่ 14 เดินทางมาจากเมียนมา เป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี สัญชาติไทย อาชีพ พนักงานสถานบันเทิง ผลการตรวจหาเชื้อ 4 ธ.ค.63 (Day 5) ผลพบเชื้อ มีไข้ ไอ เสมหะ เข้ารักษาที่ รพ.นครพิงค์ อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/33KSqRK Photo Credit by : TNN thailand Article Credit by : TNN thailand ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ในประเทศ 2 ราย โยงเคสเชียงราย – บุคลากรแพทย์bit.lyกระทรวงสาธาณสุข เผยไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ทั้งหมด 14 ราย ติดเชื้อในประเทศ 2 ราย มีประวัติเกี่ยวข้อ…..

ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิดใหม่ในประเทศ 2 ราย โยงเคสเชียงราย – บุคลากรแพทย์ วันนี้ (6 ธ.ค.63) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงรายงานสถานการณ์ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศไทย โดยระบุว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 14 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) 10 ราย จากเบลเยียม 1 ราย ,ยูเครน 1 ราย ,ซาอุดีอาระเบีย 2 ราย ,สหรัฐอเมริกา 1 ราย ,กาตาร์ 1 ราย ,สวีเดน 1 ราย , ญี่ปุ่น 1 ราย ,เมียนมา 1 ราย และสหราชอาณาจักร 1 ราย ส่วนอีก 2 รายเดินทางมาจากเมียนมา แต่ไม่ได้เข้าในสถานที่กักกัน […]

[COVID-19 News] ตาก Alert!!! Timeline ชายชาวปากีสถานอายุ 43 ปี อาชีพพ่อค้าส่งรถยนต์ญี่ปุ่นมือสองไปยังประเทศเมียนมา อาศัยอยู่ในตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ไปตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ โดยตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแม่สอด ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ถูกส่งเข้าห้องแยกโรคในรพ.แล้ว ที่มา👉 https://www.tnnthailand.com/content/64380 #ตระหนักแต่ไม่ตระหนก #สุขภาพเคียงคู่เศรษฐกิจ #ไม่ประมาท_การ์ดอย่าตก #อยู่ห่างไว้_ใส่maskกัน_หมั่นล้างมือ_ลงชื่อไทยชนะ

[COVID-19 News] ตาก Alert!!! Timeline ชายชาวปากีสถานอายุ 43 ปี อาชีพพ่อค้าส่งรถยนต์ญี่ปุ่นมือสองไปยังประเทศเมียนมา อาศัยอยู่ในตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ไปตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์เดินทางไปประเทศสิงคโปร์ โดยตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแม่สอด ผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 ถูกส่งเข้าห้องแยกโรคในรพ.แล้ว ที่มา👉 https://www.tnnthailand.com/content/64380 #ตระหนักแต่ไม่ตระหนก #สุขภาพเคียงคู่เศรษฐกิจ #ไม่ประมาท_การ์ดอย่าตก #อยู่ห่างไว้_ใส่maskกัน_หมั่นล้างมือ_ลงชื่อไทยชนะ อ่านต่อบน Facebook

แม่สอดวุ่น พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 1 ราย ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานข่าวจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แจ้งว่า แพทย์โรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 1 ราย เป็นสัญชาติปากีสถาน อายุ 43 ปี อาชีพพ่อค้าส่งรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นมือ 2 ไปยังประเทศเมียนมา โดยผ่านท่าขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งในตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด และข้ามน้ำเมยไปผ่านเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงติดอาวุธ ชาวเมียนมาดังกล่าว ได้เช่าอยู่ในคอนโดชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด สำหรับไทม์ไลน์นั้น แพทย์โรงพยาบาลแม่สอดพบเชื้อไวรัสโควิด-19 อาศัยอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ก่อนพบเชื้อยังไม่มีอาการป่วยเดินทางไปคลีนิกแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครแม่สอด เพื่อขอใบรับรองแพทย์จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ และไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแม่สอด จนทราบว่า มีเชื้อโควิด-19 และแพทย์ได้แยกห้องทำการรักษาทันที จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า เดินทางไปหลายแห่ง เช่น นั่งรถยนต์ส่วนไปที่โรงพยาบาลแม่สอด , ไปร้านสะดวกซื้อในเขตเทศบาลนครแม่สอด และตำบลท่าสายลวด คลินิก สำนักงานบัญชี ร้านอาหารชื่อดังต.ท่าสายลวด ซึ่งมีผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงสูง 4 ราย และผู้สัมผัสต่ำ 9 ราย โดยทั้งหมดมีทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่สอด , ตำรวจ พนักงานบริษัทบัญชี ชาวบ้าน ในส่วนที่มีการสัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงนั้น ได้มีการกักกันสถานที่ ที่รัฐจัดให้ จำนวน 4 ราย ทั้งนี้ นับเป็นรายที่ 3 ในอำเภอแม่สอด ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากเดิมชายชาวเมียนมา 1 ราย หญิงไทย 1 ราย และล่าสุดชาวปากีสถานดังกล่าวอีก 1 ราย รวมทั้งหมด 3 รายที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอด ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ด้านชุมชนอิสลามคณะกรรมการชุมชน ร่วมกับอสม.ได้ประสานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่สอด ฝ่ายปกครอง ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และตำรวจสภ.แม่สอด ควบคุมตัวชายชาวเมียนมา 2 คน ลักลอบข้ามแดนมาอาศัยอยู่ในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปเพื่อดำเนินการตามระเบียบต่อไป อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/36F58mO Photo Credit by : TNN thailand Article Credit by : TNN thailand แม่สอดวุ่น พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 1 รายbit.lyแม่สอดวุ่นอีก พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 1 รายเป็นชาวปากีสถาน อาชีพพ่อค้าส่งรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นมือ 2

แม่สอดวุ่น พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 อีก 1 ราย ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานข่าวจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แจ้งว่า แพทย์โรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 1 ราย เป็นสัญชาติปากีสถาน อายุ 43 ปี อาชีพพ่อค้าส่งรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นมือ 2 ไปยังประเทศเมียนมา โดยผ่านท่าขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งในตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด และข้ามน้ำเมยไปผ่านเขตอิทธิพลของชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงติดอาวุธ ชาวเมียนมาดังกล่าว ได้เช่าอยู่ในคอนโดชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด สำหรับไทม์ไลน์นั้น แพทย์โรงพยาบาลแม่สอดพบเชื้อไวรัสโควิด-19 อาศัยอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด ก่อนพบเชื้อยังไม่มีอาการป่วยเดินทางไปคลีนิกแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครแม่สอด เพื่อขอใบรับรองแพทย์จะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ และไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลแม่สอด จนทราบว่า มีเชื้อโควิด-19 และแพทย์ได้แยกห้องทำการรักษาทันที จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า เดินทางไปหลายแห่ง เช่น นั่งรถยนต์ส่วนไปที่โรงพยาบาลแม่สอด , ไปร้านสะดวกซื้อในเขตเทศบาลนครแม่สอด และตำบลท่าสายลวด คลินิก สำนักงานบัญชี ร้านอาหารชื่อดังต.ท่าสายลวด ซึ่งมีผู้สัมผัสกลุ่มเสี่ยงสูง 4 ราย และผู้สัมผัสต่ำ 9 […]

1 128 129 130 131 132 323
Tourmatoes มะเขือเทศทัวร์