Facebook

อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส กระตุ้น ‘ต่างชาติ’ เที่ยวหลังกักตัว หลังจากที่รัฐบาลไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายภาคส่วนต่างพยายามหาช่องทางดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุด “การบินไทย” ได้ทยอยเปิดให้บริการเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ จากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ลอนดอน, แฟรงก์เฟิร์ต, โคเปนเฮเกน, ฮ่องกง, โตเกียว, ไทเป, ซิดนีย์ ฯลฯ พร้อมทั้งให้ดีลพิเศษสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับหลังการกักตัว ขณะที่สมาคมโรงแรมก็ได้ให้สิทธิพิเศษนักท่องเที่ยวหลังกักตัว ด้วยการให้ที่พักฟรี 1 คืน เมื่ออยู่ครบ 2 คืน สำหรับพักในกรุงเทพฯ และสำหรับการท่องเที่ยวทางบก และพักฟรี 2 คืน เมื่อพัก 3 คืน สำหรับการท่องเที่ยวทางอากาศ (สำหรับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ) รวมถึงสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนวันเดย์ทริป หรือฮาฟเดย์ ซิตี้ทัวร์ เป็นต้น พร้อมผลักดันให้นักท่องเที่ยวกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ ผ่านโครงการ “Amazing Thailand Plus Package” (อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส) ที่เสนอขายแพ็กเกจหลังกักตัว 14 วัน ในราคาพิเศษ โดยแพ็กเกจดังกล่าวจะเปิดขายให้นักท่องเที่ยวจับจองก่อนการออกเดินทางมาประเทศไทย ในขั้นตอนต่อจากที่นักท่องเที่ยวได้รับวีซ่าและใบรับรองการเข้าประเทศ รวมถึงจองตั๋วโดยสารและจองสถานที่กักกันทางเลือกของรัฐ (ASQ) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า และรับสิทธิประโยชย์อย่างเต็มที่หลังการกักตัว 14 วันเสร็จสิ้น รวมถึงจูงใจนักท่องเที่ยวให้เดินทางออกจากพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อจับจ่ายใช้สอยกระจายรายได้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวหลากประเภท อาทิ กลุ่มไกด์ทัวร์ กลุ่มรถเช่า กลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ ฯลฯ อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3l2VTS0 Photo Credit by : Prachachat Article Credit by : Prachachat อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส กระตุ้น ‘ต่างชาติ’ เที่ยวหลังกักตัวbit.ly05หลังจากที่รัฐบาลไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในเดือนตุลาคมท….

อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ พลัส กระตุ้น ‘ต่างชาติ’ เที่ยวหลังกักตัว หลังจากที่รัฐบาลไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เริ่มทยอยเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลายภาคส่วนต่างพยายามหาช่องทางดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น โดยล่าสุด “การบินไทย” ได้ทยอยเปิดให้บริการเที่ยวบินกึ่งพาณิชย์ จากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ลอนดอน, แฟรงก์เฟิร์ต, โคเปนเฮเกน, ฮ่องกง, โตเกียว, ไทเป, ซิดนีย์ ฯลฯ พร้อมทั้งให้ดีลพิเศษสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศสำหรับหลังการกักตัว ขณะที่สมาคมโรงแรมก็ได้ให้สิทธิพิเศษนักท่องเที่ยวหลังกักตัว ด้วยการให้ที่พักฟรี 1 คืน เมื่ออยู่ครบ 2 คืน สำหรับพักในกรุงเทพฯ และสำหรับการท่องเที่ยวทางบก และพักฟรี 2 คืน เมื่อพัก 3 คืน สำหรับการท่องเที่ยวทางอากาศ (สำหรับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ) รวมถึงสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ที่ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนวันเดย์ทริป หรือฮาฟเดย์ ซิตี้ทัวร์ เป็นต้น พร้อมผลักดันให้นักท่องเที่ยวกระจายสู่พื้นที่ต่าง ๆ ผ่านโครงการ “Amazing Thailand Plus Package” […]

ยักษ์คมนาคม สายการบินใหญ่ของญี่ปุ่นทั้ง JAL และ ANA รวมถึงบริษัทรถไฟของญี่ปุ่น ล้วนคาดการณ์ผลขาดทุนมากเป็นประวัติศาสตร์ จากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด เจแปน แอร์ไลน์ หรือ JAL ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีว่า จะขาดทุนมากถึง 240,000 ถึง 270,000 ล้านเยนในปีงบประมาณนี้ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี 2564 โดยระบุว่า ธุรกิจการบินได้รับผลกระทบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และอยู่ในสภาพที่ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะหลายประเทศยังไม่มีสัญญาณว่าการระบาดของโควิดจะลดลง ทำให้ยากที่จะคาดว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะฟื้นตัว JAL ระบุว่าเดือนเมษายนถึงกันยายน ขาดทุนสุทธิมากถึง 161,000 ล้านเยน ยอดขายลดลงมากถึงร้อยละ 74 ทั้งๆ ที่ในปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทมีผลกำไร 54,200 ล้านเยน ถึงแม้การเดินทางในญี่ปุ่นจะทยอยฟื้นตัว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะคืนสู่ภาวะปกติ JAL สายการบินใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นจะงดการจ้างงานใหม่ทั้งหมดในปีหน้า แต่สถานการณ์ยังดีกว่า ออล นิปปอน แอร์เวยส์ หรือ ANA สายการบินใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่กำลังระดมเงินกู้เพื่มเติมเพื่อรับมือวิกฤตโควิด บริษัทการรถไฟแห่งญี่ปุ่นภาคตะวันออก หรือ เจอาร์ อีสต์ ที่รับผิดชอบการเดินรถในพื้นที่กรุงโตเกียวและโดยรอบ ก็ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างหนักหน่วง ประสบภาวะขาดทุนกลางปีเป็นครั้งแรก โดยขาดทุนสุทธิ 264,000 ล้านเยน หรือราว 79,000 ล้านบาทในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน การขาดทุนดังกล่าวถือเป็นการขาดทุนครั้งแรกของทางบริษัท และยังคาดว่ายอดขาดทุนสุทธิสำหรับปีงบประมาณนี้จะสูงกว่า 400,000 ล้านเยน อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3epmlD3 Photo Credit by : MGR Online Article Credit by : MGR Online

ยักษ์คมนาคม สายการบินใหญ่ของญี่ปุ่นทั้ง JAL และ ANA รวมถึงบริษัทรถไฟของญี่ปุ่น ล้วนคาดการณ์ผลขาดทุนมากเป็นประวัติศาสตร์ จากผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด เจแปน แอร์ไลน์ หรือ JAL ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีว่า จะขาดทุนมากถึง 240,000 ถึง 270,000 ล้านเยนในปีงบประมาณนี้ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ปี 2564 โดยระบุว่า ธุรกิจการบินได้รับผลกระทบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และอยู่ในสภาพที่ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะหลายประเทศยังไม่มีสัญญาณว่าการระบาดของโควิดจะลดลง ทำให้ยากที่จะคาดว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะฟื้นตัว JAL ระบุว่าเดือนเมษายนถึงกันยายน ขาดทุนสุทธิมากถึง 161,000 ล้านเยน ยอดขายลดลงมากถึงร้อยละ 74 ทั้งๆ ที่ในปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทมีผลกำไร 54,200 ล้านเยน ถึงแม้การเดินทางในญี่ปุ่นจะทยอยฟื้นตัว แต่ยังต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะคืนสู่ภาวะปกติ JAL สายการบินใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นจะงดการจ้างงานใหม่ทั้งหมดในปีหน้า แต่สถานการณ์ยังดีกว่า ออล นิปปอน แอร์เวยส์ หรือ ANA สายการบินใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่กำลังระดมเงินกู้เพื่มเติมเพื่อรับมือวิกฤตโควิด บริษัทการรถไฟแห่งญี่ปุ่นภาคตะวันออก หรือ เจอาร์ อีสต์ […]

“ดุสิตธานี” รุกขยายแบรนด์สู่ญี่ปุ่น จับมือ “ยาสุดะเรียลเอสเตท” บริหารโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต คาดเมืองเกียวโตจะกลับมาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญอีกครั้งเมื่อนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ปกติ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีได้ลงนามในสัญญาบริหารโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ซึ่งเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ “ดุสิตธานี” แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น กับบริษัท ยาสุดะเรียลเอสเตท จำกัด บริษัทที่เน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อชุมชน ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงโตเกียวโดยลงนามผ่านบริษัท ดีแอนด์เจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มดุสิตธานีในกรุงโตเกียวด้วยเช่นกัน โดยข้อตกลงครั้งนี้ทำให้ดุสิตธานี กลายเป็นแบรนด์โรงแรมไทยแห่งแรกในเมืองเกียวโต และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของดุสิต ในการขยายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อาทิ การสร้างงานในชุมชน การสนับสนุนเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ “การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มดุสิตธานี โดยเชื่อว่าตลาดการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะกลับมาแข็งแกร่งและเป็นที่นิยมเหมือนเดิมหลังจากต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ในปัจจุบัน นอกจากนั้น เกียวโตยังเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรม” นางศุภจีกล่าว และว่า สำหรับโรงแรมดุสิตธานีเกียวโต ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ห่างจากสถานีเกียวโตในย่านฮอนกันจิ มอนเซน-มาชิ เพียง 850 เมตร มีห้องพักประมาณ 150 ห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดยมีแผนเปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2566 อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/329UaTt Photo Credit by : @prachachat Article Credit by : @prachachat

“ดุสิตธานี” รุกขยายแบรนด์สู่ญี่ปุ่น จับมือ “ยาสุดะเรียลเอสเตท” บริหารโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต คาดเมืองเกียวโตจะกลับมาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญอีกครั้งเมื่อนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ปกติ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มดุสิตธานีได้ลงนามในสัญญาบริหารโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ซึ่งเป็นโรงแรมภายใต้แบรนด์ “ดุสิตธานี” แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น กับบริษัท ยาสุดะเรียลเอสเตท จำกัด บริษัทที่เน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อชุมชน ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงโตเกียวโดยลงนามผ่านบริษัท ดีแอนด์เจ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของกลุ่มดุสิตธานีในกรุงโตเกียวด้วยเช่นกัน โดยข้อตกลงครั้งนี้ทำให้ดุสิตธานี กลายเป็นแบรนด์โรงแรมไทยแห่งแรกในเมืองเกียวโต และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของดุสิต ในการขยายการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อาทิ การสร้างงานในชุมชน การสนับสนุนเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ “การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มดุสิตธานี โดยเชื่อว่าตลาดการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะกลับมาแข็งแกร่งและเป็นที่นิยมเหมือนเดิมหลังจากต้องเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ ในปัจจุบัน นอกจากนั้น เกียวโตยังเป็นจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ มรดกทางวัฒนธรรม” นางศุภจีกล่าว และว่า สำหรับโรงแรมดุสิตธานีเกียวโต ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ห่างจากสถานีเกียวโตในย่านฮอนกันจิ มอนเซน-มาชิ เพียง 850 เมตร มีห้องพักประมาณ 150 ห้อง […]

‘คามิคัตสึ’ โมเดลเมืองต้นแบบของโลก “ขยะเป็นศูนย์” คามิคัตสึ (Kamikatsu) เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ที่เกาะชินโชกุของญี่ปุ่น มีกระบวนการจัดการขยะที่ทรงประสิทธิภาพ อย่างการแยกขยะมากถึง 45 ประเภท จากการนำแนวคิด Zero Waste พร้อมกับใช้หลักการง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้โดยการ ลดขยะ (reduce) รีไซเคิล (recycle) และการใช้ซ้ำ (reuse) จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเมืองต้นแบบที่ปลอดขยะของโลก ในปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้สุดท้าทาย คือการเป็นเมืองที่ปลอดขยะ 100% ซึ่งตอนนี้เมืองคามิคัตสึสามารถจัดการขยะได้กว่า 80 % ที่เหลืออีก 20 % จัดการด้วยการฝังกลบ โดยส่วนที่เป็นขยะเปียก หรือขยะอินทรีย์ก็ถูกแปรรูปหมักเป็นปุ๋ยหมัก ทั้งแบบหมักในถังพลาสติกและย่อยสลายในถังไฟฟ้า เมืองคามิคัตสึ เป็น 1 ใน 8 เมือง Zero Waste ของญี่ปุ่นที่ถูกยกเป็นโมเดลเมืองปลอดขยะ ที่นี่นำแนวคิด Zero Waste มาใช้เมื่อปี 2003 ในช่วงแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำโดยง่ายดายเพราะต้องเริ่มด้วยการเข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยให้เริ่มจากการคัดแยกขยะภายในครัวเรือน พร้อมกับการจัดตั้งสถานีแยกขยะไว้ในชุมชน ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เมืองคามิคัตสึกลายเป็นมืองปลอดขยะ คือ ศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับขยะ หรือ Zero Waste Academy องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ให้ความรู้และมีระบบบริหารจัดการ ทุกวันนี้ขยะมากกว่า 80% ของเมืองไม่ต้องนำไปเผาและฝังกลบอีกต่อไปแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้ง่าย ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติอย่างจริงจัง ปัจจุบันเมืองแห่งนี้ กลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวและนักพัฒนาที่อยากมาดูการจัดการขยะ ในแต่ละปีมีคนมาท่องเที่ยวที่นี่จำนวนมาก ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนที่นี่ แทบไม่น่าเชื่อว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ทิ้งขยะจากกลุ่มคนเล็กจะส่งสามารถมี impact ที่ดีแบบนี้ต่อทั่วโลกได้ อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/388UhCI ข้อมูลอ้างอิง : https://infocenter.nationalhealth.or.th/node/27503 https://citycracker.co/city-environment/kamikatsu-zero-waste/ Photo Credit by : Zero Waste Academy Article Credit by : MGR Online

‘คามิคัตสึ’ โมเดลเมืองต้นแบบของโลก “ขยะเป็นศูนย์” คามิคัตสึ (Kamikatsu) เมืองเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ที่เกาะชินโชกุของญี่ปุ่น มีกระบวนการจัดการขยะที่ทรงประสิทธิภาพ อย่างการแยกขยะมากถึง 45 ประเภท จากการนำแนวคิด Zero Waste พร้อมกับใช้หลักการง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้โดยการ ลดขยะ (reduce) รีไซเคิล (recycle) และการใช้ซ้ำ (reuse) จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นเมืองต้นแบบที่ปลอดขยะของโลก ในปีนี้ตั้งเป้าหมายไว้สุดท้าทาย คือการเป็นเมืองที่ปลอดขยะ 100% ซึ่งตอนนี้เมืองคามิคัตสึสามารถจัดการขยะได้กว่า 80 % ที่เหลืออีก 20 % จัดการด้วยการฝังกลบ โดยส่วนที่เป็นขยะเปียก หรือขยะอินทรีย์ก็ถูกแปรรูปหมักเป็นปุ๋ยหมัก ทั้งแบบหมักในถังพลาสติกและย่อยสลายในถังไฟฟ้า เมืองคามิคัตสึ เป็น 1 ใน 8 เมือง Zero Waste ของญี่ปุ่นที่ถูกยกเป็นโมเดลเมืองปลอดขยะ ที่นี่นำแนวคิด Zero Waste มาใช้เมื่อปี 2003 ในช่วงแรกก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำโดยง่ายดายเพราะต้องเริ่มด้วยการเข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้าน โดยให้เริ่มจากการคัดแยกขยะภายในครัวเรือน พร้อมกับการจัดตั้งสถานีแยกขยะไว้ในชุมชน ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เมืองคามิคัตสึกลายเป็นมืองปลอดขยะ คือ […]

“ญี่ปุ่น” พร้อมร่วมมือเป็นต้นแบบ สร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นไทย รัฐ-เอกชนไทย จับมือ JETRO และ JCC จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“การพัฒนาสินค้าท้องถิ่น สู่ตลาดสากล”หนุนท่องเที่ยว ต่อยอดไปยังสินค้าท้องถิ่น หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) เตรียมจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาสินค้าท้องถิ่น สู่ตลาดสากล” ในวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องสัมมนาชั้น 1 Coco View Hotel จังหวัดสมุทรสงคราม ก่อนจะต่อยอดไปที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองแห่งศิลปะและเป็นเมืองชายแดนที่มีความคึกคักด้านการค้าขายข้ามพรมแดนช่วง ในเดือนมกราคม 2564 โดยนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยตระหนักดีว่าสินค้าไทยมีความหลากหลาย มีคุณภาพ โดยมุ่งขับเคลื่อน Happy Model (กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี แบ่งปันสิ่งดีดี)ซึ่งประเทศญี่ปุ่น ยังคงเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ในการเล่าเรื่องและออกแบบสินค้า บริการที่ดี สามารถผูกเรื่องราวระหว่างวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวกับสินค้า บริการ และร้านขายของฝากของที่ระลึกได้อย่างลงตัวและน่าสนใจ ร่วมถึงทัศนคติเชิงสร้างสรรค์อีกด้วย อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/34UrU9n Photo Credit by : TNN Thailand Article Credit by : TNN Thailand ญี่ปุ่นพร้อมร่วมมือเป็นต้นแบบ สร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นไทยbit.lyรัฐ-เอกชนไทย จับมือ JETRO และ JCC จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“การพัฒนาสินค้าท้องถิ่น สู่ตลาดสากล”หนุนท่องเที่ยว ต่…..

“ญี่ปุ่น” พร้อมร่วมมือเป็นต้นแบบ สร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นไทย รัฐ-เอกชนไทย จับมือ JETRO และ JCC จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“การพัฒนาสินค้าท้องถิ่น สู่ตลาดสากล”หนุนท่องเที่ยว ต่อยอดไปยังสินค้าท้องถิ่น หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) เตรียมจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาสินค้าท้องถิ่น สู่ตลาดสากล” ในวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องสัมมนาชั้น 1 Coco View Hotel จังหวัดสมุทรสงคราม ก่อนจะต่อยอดไปที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองแห่งศิลปะและเป็นเมืองชายแดนที่มีความคึกคักด้านการค้าขายข้ามพรมแดนช่วง ในเดือนมกราคม 2564 โดยนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยมีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยตระหนักดีว่าสินค้าไทยมีความหลากหลาย มีคุณภาพ โดยมุ่งขับเคลื่อน Happy Model (กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี แบ่งปันสิ่งดีดี)ซึ่งประเทศญี่ปุ่น ยังคงเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative […]

ฮ่องกง-สิงคโปร์เริ่ม Travel Bubble เดือนนี้ นายพอล ชาน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฮ่องกงเปิดเผยว่า ฮ่องกงและสิงคโปร์น่าจะเดินทางระหว่างกันได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนนี้ตามข้อตกลงในการเดินทางระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัว (Travel Bubble) หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการเพื่อสร้างช่องทางดังกล่าวเมื่อกลางเดือนต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นายพอล ชาน ยังเปิดเผยด้วยว่า ทางการฮ่องกงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อทำ Travel Bubble กับอีก 10 ประเทศด้วย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งนายชานระบุว่าการเจรจากับไทยและญี่ปุ่นนั้นคืบหน้าไปอย่างมาก ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวจะไม่ถูกกักตัว แต่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบิน และอาจถูกบังคับให้ตรวจหาเชื้ออีกรอบเมื่อเดินทางถึงฮ่องกง อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2HZs6Lk Photo Credit by : Bangkokbiznews Article Credit by : Bangkokbiznews ฮ่องกง-สิงคโปร์เริ่ม Travel Bubble เดือนนี้bit.lyฮ่องกง-สิงคโปร์เริ่ม Travel Bubble เดือนนี้ แย้มเจรจาอีก 10 ชาติรวมไทย

ฮ่องกง-สิงคโปร์เริ่ม Travel Bubble เดือนนี้ นายพอล ชาน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฮ่องกงเปิดเผยว่า ฮ่องกงและสิงคโปร์น่าจะเดินทางระหว่างกันได้อย่างเร็วที่สุดภายในเดือนนี้ตามข้อตกลงในการเดินทางระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัว (Travel Bubble) หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในหลักการเพื่อสร้างช่องทางดังกล่าวเมื่อกลางเดือนต.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นายพอล ชาน ยังเปิดเผยด้วยว่า ทางการฮ่องกงกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อทำ Travel Bubble กับอีก 10 ประเทศด้วย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งนายชานระบุว่าการเจรจากับไทยและญี่ปุ่นนั้นคืบหน้าไปอย่างมาก ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวจะไม่ถูกกักตัว แต่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบิน และอาจถูกบังคับให้ตรวจหาเชื้ออีกรอบเมื่อเดินทางถึงฮ่องกง อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/2HZs6Lk Photo Credit by : Bangkokbiznews Article Credit by : Bangkokbiznews ฮ่องกง-สิงคโปร์เริ่ม Travel Bubble เดือนนี้ แย้มเจรจาอีก 10 ชาติรวมไทย อ่านต่อบน Facebook

คนโสดมาทางนี้!! ญี่ปุ่น ประดิษฐ์ “มือหุ่นยนต์” เอาใจคนขี้เหงา ไม่ต้องเดินมือว่างอีกต่อไป หนุ่มโสดไม่ต้องทนเดินอย่างเหงา ๆ อีกต่อไปแล้ว หลังทีมคิดค้นจากประเทศญี่ปุ่นออกแบบ มือหุ่นยนต์ ไว้ให้คอยจับมือเวลาเดิน เหมือนมีแฟนมาเดินอยู่ข้าง ๆ สำหรับสายโสด สายเหงา ที่จะสิ้นปีแล้วแต่ยังหาแฟนไม่ได้สักที ต้องเดินอ้างว้างอยู่คนเดียว มันคงจะดีไม่น้อยหากได้เดินกุมมือกับใครสักคน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปัจจุบันมีนวัตกรรมที่จะคลายเหงาให้เหล่าคนโสดนั่นคือ มือหุ่นยนต์แฟนสาว หุ่นยนต์สำหรับคนที่หาแฟนยากและอยากมีประสบการณ์เดินจับมือแฟนบ้าง เป็นไอเดียของทีมคิดค้นจากคณะวิศกรรมของมหาวิทยาลัยกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น หุ่นยนต์มีชื่อว่า Osampo Kanojo แปลว่า “แฟนสาวเดินเล่น” ที่ดูแวบแรกอาจจะคล้ายกับถุงมือหรือหุ่นมือธรรมดา แต่มีจุดพิถีพิถันในการออกแบบเพื่อตอบสนองให้ดีที่สุดถึง 7 จุดเชียวนะ เริ่มจาก 1.ผิวนุ่มเหมือนมือผู้หญิง 2.มีเซนเซอร์ไว้จับการเคลื่อนไหว 3.ช่วยจัดจังหวะการเดิน 4.ให้ความอบอุ่น 5.มีผ้าซับเหงื่อที่มือ 6.มีเสียงเหมือนมีคนเดินด้วยจริงๆ 7.มีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอ่อนๆ ทีมคิดค้น กล่าวว่า เป้าหมายของพวกเขาสำหรับสิ่งประดิษฐ์นี้คือ เพื่อให้ปลอบประโลมผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกเหตุผลคือ เป็นการกระตุ้นสำหรับผู้ที่ทำงานหรือเรียนที่บ้านให้หันมาสนใจออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อคนโสดที่แท้จริง อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/329ZRky ขอบคุณที่มา : soranews24.com Photo Credit by : 岐阜大学 木島研 Article Credit by : ข่าวสดออนไลน์

คนโสดมาทางนี้!! ญี่ปุ่น ประดิษฐ์ “มือหุ่นยนต์” เอาใจคนขี้เหงา ไม่ต้องเดินมือว่างอีกต่อไป หนุ่มโสดไม่ต้องทนเดินอย่างเหงา ๆ อีกต่อไปแล้ว หลังทีมคิดค้นจากประเทศญี่ปุ่นออกแบบ มือหุ่นยนต์ ไว้ให้คอยจับมือเวลาเดิน เหมือนมีแฟนมาเดินอยู่ข้าง ๆ สำหรับสายโสด สายเหงา ที่จะสิ้นปีแล้วแต่ยังหาแฟนไม่ได้สักที ต้องเดินอ้างว้างอยู่คนเดียว มันคงจะดีไม่น้อยหากได้เดินกุมมือกับใครสักคน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะปัจจุบันมีนวัตกรรมที่จะคลายเหงาให้เหล่าคนโสดนั่นคือ มือหุ่นยนต์แฟนสาว หุ่นยนต์สำหรับคนที่หาแฟนยากและอยากมีประสบการณ์เดินจับมือแฟนบ้าง เป็นไอเดียของทีมคิดค้นจากคณะวิศกรรมของมหาวิทยาลัยกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น หุ่นยนต์มีชื่อว่า Osampo Kanojo แปลว่า “แฟนสาวเดินเล่น” ที่ดูแวบแรกอาจจะคล้ายกับถุงมือหรือหุ่นมือธรรมดา แต่มีจุดพิถีพิถันในการออกแบบเพื่อตอบสนองให้ดีที่สุดถึง 7 จุดเชียวนะ เริ่มจาก 1.ผิวนุ่มเหมือนมือผู้หญิง 2.มีเซนเซอร์ไว้จับการเคลื่อนไหว 3.ช่วยจัดจังหวะการเดิน 4.ให้ความอบอุ่น 5.มีผ้าซับเหงื่อที่มือ 6.มีเสียงเหมือนมีคนเดินด้วยจริงๆ 7.มีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงอ่อนๆ ทีมคิดค้น กล่าวว่า เป้าหมายของพวกเขาสำหรับสิ่งประดิษฐ์นี้คือ เพื่อให้ปลอบประโลมผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกเหตุผลคือ เป็นการกระตุ้นสำหรับผู้ที่ทำงานหรือเรียนที่บ้านให้หันมาสนใจออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อคนโสดที่แท้จริง อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/329ZRky ขอบคุณที่มา : soranews24.com […]

ครั้งแรกใน 138 ปี! สวนสัตว์ญี่ปุ่นผสมพันธุ์ลูกช้างไทยสำเร็จตั้งแต่เปิดให้บริการ เป็นเรื่องน่ายินดี หลังสวนสัตว์อุเอโนะที่ประเทศญี่ปุ่น ผสมพันธุ์ลูกช้างสำเร็จเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เปิดให้บริการมากว่า 138 ปี และที่สำคัญเป็นลูกช้างไทย ! เรื่องราวน่ายินดีนี้เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น หลังได้รับรายงานว่าที่สวนสัตว์อุเอโนะ ได้ผสมพันธุ์ช้างได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา และถือเป็นลูกช้างเชือกแรกตั้งแต่เปิดสวนสัตว์มา สวนสัตว์อุเอะโนะ ตั้งอยู่ในบริเวณสวนอุเอโนะ เมืองโตเกียว เป็นสวนสัตว์แห่งแรกและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น เปิดให้บริการตั้งแต่พ.ศ. 2425 รวมแล้วเป็นเวลากว่า 138 ปี ทางสวนสัตว์ได้ทำการผสมพันธุ์ลูกช้างจาก พังอุทัย และ พลายอาทิตย์ ซึ่งเป็นช้างไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ได้รับจากประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2545 เนื่องในโอกาสงานฉลองวันพระราชสมภพของเจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ พังอุทัยตั้งครรภ์ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม รวมอายุครรภ์ได้ 22 เดือน แต่มีเหตุการณ์น่าเศร้า เนื่องจากพลายอาทิตย์ได้จากไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ไม่ทันได้เห็นหน้าลูกช้างของตน พังอุทัยได้ตกลูกเมื่อเวลา 05.44 น. ของวันที่ 31 ต.ค ลูกช้างเป็นเพศผู้ มีน้ำหนักแรกเกิดอยู่ที่ 120.5 กิโลกรัม และมีความสูง 1 เมตร ด้านชื่อของลูกช้างตอนนี้ยังไม่มี แต่ทางสวนสัตว์จะประกาศอีกทีหลังจากตัดสินใจ อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3mQ4ng3 ขอบคุณที่มา http://site.thaiembassy.jp/ , https://news.yahoo.co.jp/ Photo Credit by : Khaosod Article Credit by : Khaosod

ครั้งแรกใน 138 ปี! สวนสัตว์ญี่ปุ่นผสมพันธุ์ลูกช้างไทยสำเร็จตั้งแต่เปิดให้บริการ เป็นเรื่องน่ายินดี หลังสวนสัตว์อุเอโนะที่ประเทศญี่ปุ่น ผสมพันธุ์ลูกช้างสำเร็จเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เปิดให้บริการมากว่า 138 ปี และที่สำคัญเป็นลูกช้างไทย ! เรื่องราวน่ายินดีนี้เกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น หลังได้รับรายงานว่าที่สวนสัตว์อุเอโนะ ได้ผสมพันธุ์ช้างได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา และถือเป็นลูกช้างเชือกแรกตั้งแต่เปิดสวนสัตว์มา สวนสัตว์อุเอะโนะ ตั้งอยู่ในบริเวณสวนอุเอโนะ เมืองโตเกียว เป็นสวนสัตว์แห่งแรกและมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น เปิดให้บริการตั้งแต่พ.ศ. 2425 รวมแล้วเป็นเวลากว่า 138 ปี ทางสวนสัตว์ได้ทำการผสมพันธุ์ลูกช้างจาก พังอุทัย และ พลายอาทิตย์ ซึ่งเป็นช้างไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ได้รับจากประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2545 เนื่องในโอกาสงานฉลองวันพระราชสมภพของเจ้าหญิงไอโกะ พระธิดาองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ พังอุทัยตั้งครรภ์ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม รวมอายุครรภ์ได้ 22 เดือน แต่มีเหตุการณ์น่าเศร้า เนื่องจากพลายอาทิตย์ได้จากไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ไม่ทันได้เห็นหน้าลูกช้างของตน พังอุทัยได้ตกลูกเมื่อเวลา 05.44 น. ของวันที่ 31 ต.ค ลูกช้างเป็นเพศผู้ […]

คมนาคม หาที่ 180 ไร่ ยกเครื่อง ”สนามบินระนอง” รับผู้โดยสาร 2 ล้าน/ปี “ถาวร” รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ตรวจติดตามการดำเนินงาน” สนามบินระนอง หาที่ดิน 180 ไร่ ขยายทางวิ่ง ทางขับ ลานจอด สร้างเทอร์มินอลหลังใหม่ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจติดตามการดำเนินงานท่าอากาศยานระนอง จ.ระนอง ซึ่งเป็นการตรวจราชการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จ.ระนอง และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่จ.ภูเก็ตวันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้ นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) รายงานสรุปการดำเนินงานพัฒนาท่าอากาศยานระนอง โดยแผนการดำเนินการพัฒนาในปี 2563 – 2570 มีโครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานระนอง ประกอบด้วย จัดหาพื้นที่ท่าอากาศยาน จากเดิม 2,447 ไร่ เพิ่มขึ้น 180 ไร่ (ที่ดิน สปก.) เป็น 2,627 ไร่ ก่อสร้างทางวิ่ง เพิ่มความยาวทางวิ่ง ปัจจุบัน 2,000×45 เมตร รองรับได้ B737 A320 ( 180 ทีนั่ง) ภายในประเทศเท่านั้น เพิ่มความยาวทางวิ่ง เป็น 2,500×45 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737 A320 ขนาด 180 – 220 ที่นั่ง ภายในและต่างประเทศแถบเอเชีย (ตะวันออกกลาง จีน ญี่ปุ่น) และไหล่ทางวิ่ง ข้างละ 7.50 เมตร โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2567 อ่านรายละเอียด เพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3kU5dYC Photo Credit by : ประชาชาติธุรกิจ Article Credit by : ประชาชาติธุรกิจ

คมนาคม หาที่ 180 ไร่ ยกเครื่อง ”สนามบินระนอง” รับผู้โดยสาร 2 ล้าน/ปี “ถาวร” รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ตรวจติดตามการดำเนินงาน” สนามบินระนอง หาที่ดิน 180 ไร่ ขยายทางวิ่ง ทางขับ ลานจอด สร้างเทอร์มินอลหลังใหม่ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจติดตามการดำเนินงานท่าอากาศยานระนอง จ.ระนอง ซึ่งเป็นการตรวจราชการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จ.ระนอง และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่จ.ภูเก็ตวันที่ 2-3 พฤศจิกายนนี้ นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.) รายงานสรุปการดำเนินงานพัฒนาท่าอากาศยานระนอง โดยแผนการดำเนินการพัฒนาในปี 2563 – 2570 มีโครงการปรับปรุงขยายท่าอากาศยานระนอง ประกอบด้วย จัดหาพื้นที่ท่าอากาศยาน จากเดิม 2,447 ไร่ เพิ่มขึ้น 180 ไร่ (ที่ดิน สปก.) เป็น 2,627 ไร่ ก่อสร้างทางวิ่ง เพิ่มความยาวทางวิ่ง ปัจจุบัน 2,000×45 […]

#โตโยต้าไทยไร้เงินสด โตโยต้าเปิดตัว Toyota wallet ที่ไทยเป็นประเทศที่สองต่อจากญี่ปุ่นนะคร้าบบบ^^ ที่มา👉 https://toyota-wallet.tlt.co.th Thailand 4.0 สังคมอุดมวอลเล็ต #ร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆที่TCS #สังคมไทยไร้เงินสด = New Normal

#โตโยต้าไทยไร้เงินสด โตโยต้าเปิดตัว Toyota wallet ที่ไทยเป็นประเทศที่สองต่อจากญี่ปุ่นนะคร้าบบบ^^ ที่มา👉 https://toyota-wallet.tlt.co.th Thailand 4.0 สังคมอุดมวอลเล็ต #ร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆที่TCS #สังคมไทยไร้เงินสด = New Normal อ่านต่อบน Facebook

1 134 135 136 137 138 323
Tourmatoes มะเขือเทศทัวร์